วันที่นำเข้าข้อมูล 11 ก.พ. 2569
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 2 มี.ค. 2569
| 623 view
สารจากผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยในโอกาสปฏิบัติหน้าที่ครบสองปี

กราบเรียนพี่น้องคนไทยในไต้หวันที่เคารพทุกท่าน
ตามที่ผมได้เข้ารับหน้าที่ผู้อำนวยการใหญ่ฯ ตั้งแต่วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ จนถึงวันนี้ ครบสองปีในการปฏิบัติหน้าที่แล้ว ผมขออนุญาตสวัสดีปีใหม่ (ตรุษจีน) พี่น้องคนไทย และขอเรียนรายงานผลการดำเนินงานของสำนักงานการค้าฯ ทั้งในส่วนของการดูแลพี่น้องคนไทย และการมีความร่วมมือในด้านต่าง ๆ กับไต้หวัน ทั้งนี้ โดยที่มีเหตุการณ์สำคัญของพี่น้องคนไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ กล่าวคือ การสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๘ ซึ่งเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สร้างความเศร้าโศกแก่ปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ โดยสำนักงานการค้าฯ ได้จัดพิธีบำเพ็ญกุศล ๗ วัน ๑๕ วัน ๓๐ วัน และ ๑๐๐ วัน รวมทั้งการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ตามลำดับ และจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ระหว่าง ๑๖ - ๓๐ มกราคม ๒๕๖๙ ซึ่งสำเร็จลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย มีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรทั้งสิ้น ๕,๗๙๙ คน คิดเป็นร้อยละ ๘๗.๙ ของผู้ลงทะเบียน และมีผู้ออกเสียงประชามติครั้งแรกในต่างประเทศทั้งสิ้น ๑,๕๖๕ คน คิดเป็นร้อยละ ๗๙.๔ ของผู้ลงทะเบียน ตามลำดับ
ที่ผ่านมา สำนักงานการค้าฯ ให้ความสำคัญกับการเข้าถึงและดูแลชุมชนคนไทยในไต้หวัน รวมทั้งการเข้าถึงและจับมือให้อุ่นกับผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนของไต้หวัน เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมและขับเคลื่อนความร่วมมือภายใต้มิตรภาพที่มั่นคงและเข้าใจซึ่งกันและกัน โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานทีมประเทศไทยในไต้หวัน ประกอบด้วย สำนักงานแรงงานทั้งที่ไทเปและเกาสง สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุน
๑. การดูแลพี่น้องคนไทย
โดยที่มีพี่น้องแรงงานและคนไทยอาศัยอยู่ในไต้หวันถึงกว่า ๘๐,๐๐๐ คน สำนักงานการค้าฯ จึงให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับการเข้าถึงและอำนวยความสะดวก โดยจัดกงสุลสัญจรไปให้บริการพี่น้องคนไทยตามเมืองต่าง ๆ อาทิ ไถหนาน ไถจง และเกาสง รวม ๒๕ ครั้ง ตลอดปี ๒๕๖๘ ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย และได้ให้บริการทำหนังสือเดินทางไปแล้วจำนวนกว่า ๗,๑๒๐ เล่ม สำหรับคนไทยทั่วไต้หวัน ในการคุ้มครองดูแลคนไทย สำนักงานการค้าฯ ได้ให้ความช่วยเหลือผู้ที่ประสบเหตุฉุกเฉิน บาดเจ็บ ล้มป่วย รวมทั้งกรณีการเสียชีวิตมาอย่างต่อเนื่อง ให้ความช่วยเหลือคนไทยกว่า ๑๔,๐๐๐ ราย ส่งอัฐิผู้เสียชีวิตกลับบ้านรวม ๑๙ ราย รวมถึงการไปเยี่ยมและมอบของใช้ที่จำเป็นแก่พี่น้องคนไทยที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำ
เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในไต้หวันให้เป็นชุมชนที่เข้มแข็งและมีเกียรติ เราได้จัดงานวันชาติให้กับพี่น้องคนไทยในเมืองไถจงและพื้นที่ใกล้เคียง เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ ซึ่งนับเป็นปีที่ ๒ ที่จัดงานวันชาตินอกไทเป ต่อจากเมืองเถาหยวนเมื่อปี ๒๕๖๗ โดยมีความตั้งใจจะจัดงานวันชาติในเมืองต่าง ๆ ของไต้หวันที่มีคนไทยอาศัยอยู่จำนวนมากอย่างทั่วถึงต่อไป สำหรับการจัดงานวันชาติที่เมืองไถจงในครั้งนี้ได้มีการจัดกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี” เพื่อให้พี่น้องคนไทยที่เข้าร่วมงานได้ร่วมถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงด้วย โดยได้รับเกียรติจากนางหลู ซิ่วเยี่ยน ผู้ว่าการเมืองไถจงเข้าร่วมงานในฐานะแขกเกียรติยศ และให้ความร่วมมือกับสำนักงานการค้าฯ และรับจะดูแลพี่น้องคนไทยในเมืองไถจงให้เป็นอย่างดี
สำนักงานการค้าฯ ได้เชิญนายแพทย์พินิจ กุลละวณิชย์ มาเป็นวิทยากรในการบรรยายให้กับชุมชนไทยในไต้หวัน ทั้งที่ไทเปและเมืองไถหนาน เพื่อให้พี่น้องคนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลรักษาสุขภาพ และสร้างภูมิคุ้มกันจากการเจ็บป่วย ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น สามารถใช้ชีวิตในต่างประเทศได้อย่างผาสุก
ในระยะยาว เพื่อสร้างโอกาสในการทำงานให้กับพี่น้องแรงงานไทยในไต้หวัน สำนักงานการค้าฯ ได้ผลักดันกับผู้บริหารระดับสูงของไต้หวันในการเปิดตลาดแรงงานต่างชาติภาคบริการในไต้หวันมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้พบหารือกับนายหง เซินฮ่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ซึ่งภายหลังการพบปะ ล่าสุด ฝ่ายไต้หวันได้เสนอให้ไทยเตรียมการจัดทดสอบทักษะและมาตรฐานฝีมือของแรงงานภาคบริการของไทย ซึ่งจะปูทางไปสู่การเปิดตลาดแรงงานภาคบริการของไทยมาทำงานในไต้หวันมากขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต ซึ่งจะได้แจ้งข่าวดีให้พี่น้องคนไทยทราบอย่างต่อเนื่อง
อนึ่ง สำนักงานการค้าฯ ยังได้ดำเนินโครงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์เรื่องการป้องกันสาธารณภัยและภัยพิบัติร่วมกับไต้หวัน เนื่องจากไต้หวันมีเทคโนโลยีและประสบการณ์ในการรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายไทยให้สามารถเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี
๒. การส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างไทยกับไต้หวัน
ไต้หวันมีความสำคัญต่อไทยในด้านการค้า การลงทุน และความร่วมมือเพื่อยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจ ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง สำนักงานการค้าฯ มีเป้าหมายหลักในการจับมือให้อุ่นและแสวงหาลู่ทางเพื่อสร้างโอกาสใหม่ ๆ ด้านการลงทุนจากไต้หวันไปไทย โดยไต้หวันมีชื่อเสียงและขีดความสามารถระดับโลกในด้านนวัตกรรมและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ขณะที่ไทยสามารถให้ความร่วมมือไต้หวันในสิ่งที่ขาด ๕ ประการ ได้แก่ ที่ดิน น้ำ พลังงาน แรงงาน และบุคลากรที่มีทักษะสูง
ในปี ๒๕๖๘ สำนักงานการค้าฯ จึงได้ขับเคลื่อนโครงการสำคัญ ประกอบด้วย โครงการนำนักธุรกิจรุ่นใหม่ของไต้หวัน ๒๔ คน เยือนประเทศไทย เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๖๘ เพื่อสำรวจศักยภาพด้านการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และพบหารือกับผู้บริหารระดับสูง อาทิ เลขาธิการ EEC และผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจในการพิจารณาการลงทุนในไทยได้อย่างดียิ่ง
การนำคณะผู้บริหารของมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวัน ๓ แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan University - NTU) มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหลงหัว (Lunghwa University of Science and Technology - LHU) และมหาวิทยาลัยหยางหมิงเจียวทง (National Yang Ming Chiao Tung University - NYCU) เยือนไทย เมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๘ เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งต่อมา ได้นำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมคือ การจัดหลักสูตร Train the Trainers: Next Generation Semiconductor Technology โดยมหาวิทยาลัย NTU ที่ไทเป และการเปิดหลักสูตรปริญญาร่วมระดับปริญญาตรีด้านวิศวกรรม ระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหลงหัว
สำนักงานการค้าฯ ยังได้ต่อยอดด้วยการนำหน่วยงานด้านนวัตกรรมสำคัญของไต้หวัน ได้แก่ Industrial Technology Research Institute (ITRI) Institute for Information Industry (III) Taiwan External Trade Development Council (TAITRA) และ Taipei Computer Association (TCA) เยือนไทย เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๖๘ เพื่อการส่งเสริมการลงทุนด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงในไทย ซึ่งนำมาสู่แผนงาน อาทิ โครงการพัฒนากำลังคนด้าน AI ในภาคอุตสาหกรรม และการจัดหลักสูตรอบรมบุคลากรระยะสั้นและระยะยาวที่ไต้หวัน โดยผนวกองค์ความรู้ทั้งด้านนวัตกรรมและการเรียนภาษาจีน
ผมได้พบหารือกับผู้บริหารระดับสูงที่กำหนดนโยบายด้านเศรษฐกิจทั้งภาครัฐและเอกชนของไต้หวัน อาทิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร รัฐมนตรีว่าการกิจการเพื่อการพัฒนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งประธานสายการบิน EVA Air และ China Airlines ประธาน TAITRA เพื่อส่งเสริมและผลักดันโอกาสความร่วมมือที่ใกล้ชิดอย่างรอบด้าน และต่อยอดไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมของไทยกับไต้หวัน ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดี ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับการขยายความร่วมมือกับไทยในทุกมิติ โดยต่างเห็นว่า ไทยมีจุดเด่นในด้านโลจิสติกส์ เป็นห่วงโซ่อุปทานและสายพานการผลิตที่ครบวงจรของภูมิภาค กอปรกับมีฐานชุมชนไต้หวันขนาดใหญ่ในไทยกว่า ๑๕๐,๐๐๐ คน
ผมได้ย้ำกับนักธุรกิจไต้หวันเสมอมาว่า สำนักงานการค้าฯ พร้อมเป็นศูนย์บริการลูกค้า (Customer Service) เพื่ออำนวยความสะดวกการติดต่อธุรกิจกับไทยอย่างเต็มกำลัง
๓. การส่งเสริมการไปมาหาสู่ระหว่างคนไทยและคนไต้หวัน
ที่ผ่านมา ด้วยอัธยาศัยและมิตรภาพระหว่างคนไทยกับคนไต้หวัน สำนักงานการค้าฯ ได้ร่วมผลักดันการให้ ฟรีวีซ่า (๖๐ วัน) แก่คนไต้หวันเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยมีการพัฒนาระบบ e-Visa เพื่ออำนวยความสะดวกบริการวีซ่าออนไลน์ ซึ่งจนถึงปัจจุบัน มีนักท่องเที่ยวไต้หวันเดินทางไปไทยราว ๑ ล้านคนติดต่อกัน ตั้งแต่ปี ๒๕๖๗ - ๒๕๖๘
สำนักงานการค้าฯ มุ่งมั่นส่งเสริม “ความนิยมไทย” และเผยแพร่ soft power ของไทยในไต้หวันอย่างต่อเนื่อง โดยจัดเทศกาลไทยที่ไทเป ภายใต้ชื่อ “มนต์เสน่ห์เมืองเหนือ” และนำเสนอสินค้าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย โดยเผยแพร่วัฒนธรรมไทยผ่านการแสดงทางวัฒนธรรมและดนตรีโดยคณะสบันงา จังหวัดเชียงใหม่ นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่จัดเทศกาลไทยนอกไทเป โดยจัดที่เมืองเกาสง ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ของไต้หวัน เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างไทยกับไต้หวัน และเผยแพร่บทเพลงพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และศิลปะการแสดงวัฒนธรรมไทยให้ชาวไต้หวันรู้จักอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น และงานนี้ได้รับเกียรติจากนายเฉิน ฉี-ม่าย ผู้ว่าการเมืองเกาสง เป็นแขกเกียรติยศ ซึ่งได้รับการตอบรับจากชาวเกาสงเป็นอย่างดี
สำนักงานการค้าฯ ได้นำสื่อไต้หวันไปสัมผัสความเป็นไทยที่จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อเผยแพร่เรื่องราวเกี่ยวกับประเทศไทยแก่สาธารณชนไต้หวัน ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรม อาหาร และภูมิปัญญาท้องถิ่นของภาคอีสาน อาทิ การทอผ้าไหมระดับ OTOP การทอเสื่อกก การผลิตข้าวหอมมะลิเกรดพรีเมียมที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดร้อยเอ็ด ทั้งนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองน่าเที่ยวอื่น ๆ ของไทย ซึ่งมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมสินค้าไทยจากท้องถิ่นไปตลาดโลก (From Local to Global) ตามนโยบายการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก
นอกจากนี้ สำนักงานการค้าฯ ได้เปิดมุมประเทศไทย (Thai Corner) ที่มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหลงหัว เพื่อเป็นพื้นที่การเรียนรู้เกี่ยวกับประเทศไทย และเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพและ ความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างไทยกับไต้หวัน และเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐม บรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา อีกด้วย
๔. อื่น ๆ
สำนักงานการค้าฯ ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งสารและชี้แจงข้อเท็จจริงสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับฝ่ายไต้หวัน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชนท้องถิ่น โดยเน้นการให้ข้อมูลการดำเนินการของฝ่ายไทยที่เป็นไปตามหลักกฎหมายและเคารพสิทธิมนุษยชน ความได้สัดส่วน และมุ่งโจมตีเป้าหมายทางการทหารเท่านั้น เพื่อปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของพลเรือนเป็นหลัก ในทุกโอกาสที่พบหารือกับผู้บริหารภาครัฐและเอกชนของไต้หวัน พร้อมย้ำว่า สาเหตุสำคัญของสถานการณ์ความขัดแย้งประการหนึ่งคือ การปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ตามแนวชายแดนของทางการไทยอย่างเข้มข้น ซึ่งสอดคล้องกับทางการไต้หวันที่ให้ความสำคัญกับการปราบปรามการหลอกลวงออนไลน์และกวาดล้างแก๊งสแกมเมอร์เป็น “วาระแห่งชาติ” ขณะเดียวกัน ได้โพสต์พัฒนาการต่าง ๆ ของสถานการณ์ฯ ให้พี่น้องคนไทยในไต้หวันได้รับทราบผ่านสื่อทุกช่องทางของสำนักงานการค้าฯ อย่างต่อเนื่อง
ท้ายนี้ ผมขอเรียนยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการดูแลและให้บริการพี่น้องคนไทยอย่างเต็มกำลังความสามารถ และพร้อมทำงานร่วมกับทุกท่านเพื่อสร้างความเข้มแข็งและเกียรติภูมิของชุมชนไทยในไต้หวัน เราหวังใจว่า หากท่านมีข้อคิดเห็นหรือข้อติชมประการใด ขอได้โปรดแจ้งให้เราทราบ ผมและข้าราชการยินดีน้อมรับฟัง เพื่อนำมาพัฒนาการทำงานในการช่วยเหลือดูแลพี่น้องคนไทยให้ดียิ่งขึ้น
เราถือเสมอว่า “รอยยิ้มของท่านคืองานของเรา”
นายณรงค์ บุญเสถียรวงศ์
ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย
๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙




TOP
สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย (ไทเป)
Thailand Trade and Economic Office (Taipei)
Thailand Trade and Economic Office (Taipei)
No.206, Civic Boulevard Section 3, Taipei City 10666
| เวลาทำการ |
วันจันทร์ - ศุกร์ | 9:00-12:00, 14:00-17:00 |
|
| 🕿 | บริการคนไทย | (8862) 2775 2211 |
| Thai Visa | (8862) 2773 1100 | |
| 🖷 | Fax | (8862) 2740-3300 |
| 🖅 | General Affairs | [email protected] |
| บริการคนไทย | [email protected] | |
| Thai Visa | [email protected] | |