สารจากผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยในโอกาสปฏิบัติหน้าที่ครบสองปี

กราบเรียนพี่น้องคนไทยในไต้หวันที่เคารพทุกท่าน
ตามที่ผมได้เข้ารับหน้าที่ผู้อำนวยการใหญ่ฯ ตั้งแต่วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ จนถึงวันนี้ ครบสองปีในการปฏิบัติหน้าที่แล้ว ผมขออนุญาตสวัสดีปีใหม่ (ตรุษจีน) พี่น้องคนไทย และขอเรียนรายงานผลการดำเนินงานของสำนักงานการค้าฯ ทั้งในส่วนของการดูแลพี่น้องคนไทย และการมีความร่วมมือในด้านต่าง ๆ กับไต้หวัน ทั้งนี้ โดยที่มีเหตุการณ์สำคัญของพี่น้องคนไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ กล่าวคือ การสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๘ ซึ่งเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สร้างความเศร้าโศกแก่ปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ โดยสำนักงานการค้าฯ ได้จัดพิธีบำเพ็ญกุศล ๗ วัน ๑๕ วัน ๓๐ วัน และ ๑๐๐ วัน รวมทั้งการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ตามลำดับ และจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ระหว่าง ๑๖ - ๓๐ มกราคม ๒๕๖๙ ซึ่งสำเร็จลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย มีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรทั้งสิ้น ๕,๗๙๙ คน คิดเป็นร้อยละ ๘๗.๙ ของผู้ลงทะเบียน และมีผู้ออกเสียงประชามติครั้งแรกในต่างประเทศทั้งสิ้น ๑,๕๖๕ คน คิดเป็นร้อยละ ๗๙.๔ ของผู้ลงทะเบียน ตามลำดับ
ที่ผ่านมา สำนักงานการค้าฯ ให้ความสำคัญกับการเข้าถึงและดูแลชุมชนคนไทยในไต้หวัน รวมทั้งการเข้าถึงและจับมือให้อุ่นกับผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนของไต้หวัน เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมและขับเคลื่อนความร่วมมือภายใต้มิตรภาพที่มั่นคงและเข้าใจซึ่งกันและกัน โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานทีมประเทศไทยในไต้หวัน ประกอบด้วย สำนักงานแรงงานทั้งที่ไทเปและเกาสง สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุน
๑. การดูแลพี่น้องคนไทย
โดยที่มีพี่น้องแรงงานและคนไทยอาศัยอยู่ในไต้หวันถึงกว่า ๘๐,๐๐๐ คน สำนักงานการค้าฯ จึงให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับการเข้าถึงและอำนวยความสะดวก โดยจัดกงสุลสัญจรไปให้บริการพี่น้องคนไทยตามเมืองต่าง ๆ อาทิ ไถหนาน ไถจง และเกาสง รวม ๒๕ ครั้ง ตลอดปี ๒๕๖๘ ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย และได้ให้บริการทำหนังสือเดินทางไปแล้วจำนวนกว่า ๗,๑๒๐ เล่ม สำหรับคนไทยทั่วไต้หวัน ในการคุ้มครองดูแลคนไทย สำนักงานการค้าฯ ได้ให้ความช่วยเหลือผู้ที่ประสบเหตุฉุกเฉิน บาดเจ็บ ล้มป่วย รวมทั้งกรณีการเสียชีวิตมาอย่างต่อเนื่อง ให้ความช่วยเหลือคนไทยกว่า ๑๔,๐๐๐ ราย ส่งอัฐิผู้เสียชีวิตกลับบ้านรวม ๑๙ ราย รวมถึงการไปเยี่ยมและมอบของใช้ที่จำเป็นแก่พี่น้องคนไทยที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำ
เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในไต้หวันให้เป็นชุมชนที่เข้มแข็งและมีเกียรติ เราได้จัดงานวันชาติให้กับพี่น้องคนไทยในเมืองไถจงและพื้นที่ใกล้เคียง เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ ซึ่งนับเป็นปีที่ ๒ ที่จัดงานวันชาตินอกไทเป ต่อจากเมืองเถาหยวนเมื่อปี ๒๕๖๗ โดยมีความตั้งใจจะจัดงานวันชาติในเมืองต่าง ๆ ของไต้หวันที่มีคนไทยอาศัยอยู่จำนวนมากอย่างทั่วถึงต่อไป สำหรับการจัดงานวันชาติที่เมืองไถจงในครั้งนี้ได้มีการจัดกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี” เพื่อให้พี่น้องคนไทยที่เข้าร่วมงานได้ร่วมถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงด้วย โดยได้รับเกียรติจากนางหลู ซิ่วเยี่ยน ผู้ว่าการเมืองไถจงเข้าร่วมงานในฐานะแขกเกียรติยศ และให้ความร่วมมือกับสำนักงานการค้าฯ และรับจะดูแลพี่น้องคนไทยในเมืองไถจงให้เป็นอย่างดี
สำนักงานการค้าฯ ได้เชิญนายแพทย์พินิจ กุลละวณิชย์ มาเป็นวิทยากรในการบรรยายให้กับชุมชนไทยในไต้หวัน ทั้งที่ไทเปและเมืองไถหนาน เพื่อให้พี่น้องคนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลรักษาสุขภาพ และสร้างภูมิคุ้มกันจากการเจ็บป่วย ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น สามารถใช้ชีวิตในต่างประเทศได้อย่างผาสุก
ในระยะยาว เพื่อสร้างโอกาสในการทำงานให้กับพี่น้องแรงงานไทยในไต้หวัน สำนักงานการค้าฯ ได้ผลักดันกับผู้บริหารระดับสูงของไต้หวันในการเปิดตลาดแรงงานต่างชาติภาคบริการในไต้หวันมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้พบหารือกับนายหง เซินฮ่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ซึ่งภายหลังการพบปะ ล่าสุด ฝ่ายไต้หวันได้เสนอให้ไทยเตรียมการจัดทดสอบทักษะและมาตรฐานฝีมือของแรงงานภาคบริการของไทย ซึ่งจะปูทางไปสู่การเปิดตลาดแรงงานภาคบริการของไทยมาทำงานในไต้หวันมากขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต ซึ่งจะได้แจ้งข่าวดีให้พี่น้องคนไทยทราบอย่างต่อเนื่อง
อนึ่ง สำนักงานการค้าฯ ยังได้ดำเนินโครงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์เรื่องการป้องกันสาธารณภัยและภัยพิบัติร่วมกับไต้หวัน เนื่องจากไต้หวันมีเทคโนโลยีและประสบการณ์ในการรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายไทยให้สามารถเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี
๒. การส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างไทยกับไต้หวัน
ไต้หวันมีความสำคัญต่อไทยในด้านการค้า การลงทุน และความร่วมมือเพื่อยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจ ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง สำนักงานการค้าฯ มีเป้าหมายหลักในการจับมือให้อุ่นและแสวงหาลู่ทางเพื่อสร้างโอกาสใหม่ ๆ ด้านการลงทุนจากไต้หวันไปไทย โดยไต้หวันมีชื่อเสียงและขีดความสามารถระดับโลกในด้านนวัตกรรมและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ขณะที่ไทยสามารถให้ความร่วมมือไต้หวันในสิ่งที่ขาด ๕ ประการ ได้แก่ ที่ดิน น้ำ พลังงาน แรงงาน และบุคลากรที่มีทักษะสูง
ในปี ๒๕๖๘ สำนักงานการค้าฯ จึงได้ขับเคลื่อนโครงการสำคัญ ประกอบด้วย โครงการนำนักธุรกิจรุ่นใหม่ของไต้หวัน ๒๔ คน เยือนประเทศไทย เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๖๘ เพื่อสำรวจศักยภาพด้านการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และพบหารือกับผู้บริหารระดับสูง อาทิ เลขาธิการ EEC และผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจในการพิจารณาการลงทุนในไทยได้อย่างดียิ่ง
การนำคณะผู้บริหารของมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวัน ๓ แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan University - NTU) มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหลงหัว (Lunghwa University of Science and Technology - LHU) และมหาวิทยาลัยหยางหมิงเจียวทง (National Yang Ming Chiao Tung University - NYCU) เยือนไทย เมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๘ เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งต่อมา ได้นำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมคือ การจัดหลักสูตร Train the Trainers: Next Generation Semiconductor Technology โดยมหาวิทยาลัย NTU ที่ไทเป และการเปิดหลักสูตรปริญญาร่วมระดับปริญญาตรีด้านวิศวกรรม ระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหลงหัว
สำนักงานการค้าฯ ยังได้ต่อยอดด้วยการนำหน่วยงานด้านนวัตกรรมสำคัญของไต้หวัน ได้แก่ Industrial Technology Research Institute (ITRI) Institute for Information Industry (III) Taiwan External Trade Development Council (TAITRA) และ Taipei Computer Association (TCA) เยือนไทย เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๖๘ เพื่อการส่งเสริมการลงทุนด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงในไทย ซึ่งนำมาสู่แผนงาน อาทิ โครงการพัฒนากำลังคนด้าน AI ในภาคอุตสาหกรรม และการจัดหลักสูตรอบรมบุคลากรระยะสั้นและระยะยาวที่ไต้หวัน โดยผนวกองค์ความรู้ทั้งด้านนวัตกรรมและการเรียนภาษาจีน
ผมได้พบหารือกับผู้บริหารระดับสูงที่กำหนดนโยบายด้านเศรษฐกิจทั้งภาครัฐและเอกชนของไต้หวัน อาทิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร รัฐมนตรีว่าการกิจการเพื่อการพัฒนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งประธานสายการบิน EVA Air และ China Airlines ประธาน TAITRA เพื่อส่งเสริมและผลักดันโอกาสความร่วมมือที่ใกล้ชิดอย่างรอบด้าน และต่อยอดไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมของไทยกับไต้หวัน ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดี ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับการขยายความร่วมมือกับไทยในทุกมิติ โดยต่างเห็นว่า ไทยมีจุดเด่นในด้านโลจิสติกส์ เป็นห่วงโซ่อุปทานและสายพานการผลิตที่ครบวงจรของภูมิภาค กอปรกับมีฐานชุมชนไต้หวันขนาดใหญ่ในไทยกว่า ๑๕๐,๐๐๐ คน
ผมได้ย้ำกับนักธุรกิจไต้หวันเสมอมาว่า สำนักงานการค้าฯ พร้อมเป็นศูนย์บริการลูกค้า (Customer Service) เพื่ออำนวยความสะดวกการติดต่อธุรกิจกับไทยอย่างเต็มกำลัง
๓. การส่งเสริมการไปมาหาสู่ระหว่างคนไทยและคนไต้หวัน
ที่ผ่านมา ด้วยอัธยาศัยและมิตรภาพระหว่างคนไทยกับคนไต้หวัน สำนักงานการค้าฯ ได้ร่วมผลักดันการให้ ฟรีวีซ่า (๖๐ วัน) แก่คนไต้หวันเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยมีการพัฒนาระบบ e-Visa เพื่ออำนวยความสะดวกบริการวีซ่าออนไลน์ ซึ่งจนถึงปัจจุบัน มีนักท่องเที่ยวไต้หวันเดินทางไปไทยราว ๑ ล้านคนติดต่อกัน ตั้งแต่ปี ๒๕๖๗ - ๒๕๖๘
สำนักงานการค้าฯ มุ่งมั่นส่งเสริม “ความนิยมไทย” และเผยแพร่ soft power ของไทยในไต้หวันอย่างต่อเนื่อง โดยจัดเทศกาลไทยที่ไทเป ภายใต้ชื่อ “มนต์เสน่ห์เมืองเหนือ” และนำเสนอสินค้าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย โดยเผยแพร่วัฒนธรรมไทยผ่านการแสดงทางวัฒนธรรมและดนตรีโดยคณะสบันงา จังหวัดเชียงใหม่ นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่จัดเทศกาลไทยนอกไทเป โดยจัดที่เมืองเกาสง ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ของไต้หวัน เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างไทยกับไต้หวัน และเผยแพร่บทเพลง
พระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และศิลปะการแสดงวัฒนธรรมไทยให้ชาวไต้หวันรู้จักอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น และงานนี้ได้รับเกียรติจากนายเฉิน ฉี-ม่าย ผู้ว่าการเมืองเกาสง เป็นแขกเกียรติยศ ซึ่งได้รับการตอบรับจากชาวเกาสงเป็นอย่างดี
สำนักงานการค้าฯ ได้นำสื่อไต้หวันไปสัมผัสความเป็นไทยที่จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อเผยแพร่เรื่องราวเกี่ยวกับประเทศไทยแก่สาธารณชนไต้หวัน ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรม อาหาร และภูมิปัญญาท้องถิ่นของภาคอีสาน อาทิ การทอผ้าไหมระดับ OTOP การทอเสื่อกก การผลิตข้าวหอมมะลิเกรดพรีเมียมที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดร้อยเอ็ด ทั้งนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองน่าเที่ยวอื่น ๆ ของไทย ซึ่งมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมสินค้าไทยจากท้องถิ่นไปตลาดโลก (From Local to Global) ตามนโยบายการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก
นอกจากนี้ สำนักงานการค้าฯ ได้เปิดมุมประเทศไทย (Thai Corner) ที่มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหลงหัว เพื่อเป็นพื้นที่การเรียนรู้เกี่ยวกับประเทศไทย และเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพและ ความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างไทยกับไต้หวัน และเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐม บรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา อีกด้วย
สำนักงานการค้าฯ ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งสารและชี้แจงข้อเท็จจริงสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับฝ่ายไต้หวัน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชนท้องถิ่น โดยเน้นการให้ข้อมูลการดำเนินการของฝ่ายไทยที่เป็นไปตามหลักกฎหมายและเคารพสิทธิมนุษยชน ความได้สัดส่วน และมุ่งโจมตีเป้าหมายทางการทหารเท่านั้น เพื่อปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของพลเรือนเป็นหลัก ในทุกโอกาสที่พบหารือกับผู้บริหารภาครัฐและเอกชนของไต้หวัน พร้อมย้ำว่า สาเหตุสำคัญของสถานการณ์ความขัดแย้งประการหนึ่งคือ การปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ตามแนวชายแดนของทางการไทยอย่างเข้มข้น ซึ่งสอดคล้องกับทางการไต้หวันที่ให้ความสำคัญกับการปราบปรามการหลอกลวงออนไลน์และกวาดล้างแก๊งสแกมเมอร์เป็น “วาระแห่งชาติ” ขณะเดียวกัน ได้โพสต์พัฒนาการต่าง ๆ ของสถานการณ์ฯ ให้พี่น้องคนไทยในไต้หวันได้รับทราบผ่านสื่อทุกช่องทางของสำนักงานการค้าฯ อย่างต่อเนื่อง
ท้ายนี้ ผมขอเรียนยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการดูแลและให้บริการพี่น้องคนไทยอย่างเต็มกำลังความสามารถ และพร้อมทำงานร่วมกับทุกท่านเพื่อสร้างความเข้มแข็งและเกียรติภูมิของชุมชนไทยในไต้หวัน เราหวังใจว่า หากท่านมีข้อคิดเห็นหรือข้อติชมประการใด ขอได้โปรดแจ้งให้เราทราบ ผมและข้าราชการยินดีน้อมรับฟัง เพื่อนำมาพัฒนาการทำงานในการช่วยเหลือดูแลพี่น้องคนไทยให้ดียิ่งขึ้น
เราถือเสมอว่า “รอยยิ้มของท่านคืองานของเรา”
นายณรงค์ บุญเสถียรวงศ์
ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย
๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙